หมอดูอีที ทำนายไทยจะเจอแผ่นดินไหวครั้งใหญ่

หมอดูอีที หมอดูชื่อดังชาวพม่า ทำนายปีหน้าไทยจะเจอเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่  ผอ.กรมธรณีฯ ไทยสวนทันที พม่าน่าห่วงกว่า

.

.

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมงานป๊าสั่งย่าสอนได้ทำพิธีบวงสรวงละครเรื่อง คนเหนือมนุษย์ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของ น.ส.ซุย ซุย วิน หรือ หมอดูอีที ซึ่งเป็นหมอดูชื่อดังชาวพม่า ขึ้นที่พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยมีหมอดูอีทีและครอบครัว รวมถึงนักแสดงนำในเรื่องร่วมพิธี หลังเสร็จพิธีหมอดูอีทีได้ บอกความรู้สึกผ่านนางมะตี่ตี๊ ซึ่งเป็นน้องสาวว่าดีใจมากที่จะได้ถ่ายทอดชีวิตของตนผ่านละครเรื่องนี้

.

เมื่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า ทุกวันนี้มีนักการเมืองและนักธุรกิจของไทยมาขอให้ดูดวงอีกหรือ ไม่ หมอดูอีทีบอกว่ามี แต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าเป็นใครและดูเรื่องอะไร และเมื่อ ถามว่าในปีหน้าประเทศไทยจะเจอภัยพิบัติอะไรหรือไม่ หมอดูอีทีตอบว่าจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่จะเป็นที่ไหนไม่สามารถบอกแบบเฉพาะเจาะจงได้

.

ทั้ง นี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หมอดูอีทีอยู่ร่วมพิธีบวงสรวงร่วม 1 ชั่วโมง จากนั้นให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวช่วงสั้นๆ โดยไม่ยอมตอบคำถามอะไรมากนัก และหันไปสื่อสารกับนางมะตี่ตี๊น้องสาว และยุติการให้สัมภาษณ์

.

ขณะ นี้นางมะตี่ตี๊ เล่าถึงความเป็นมาของหมอดูอีที ก่อนที่จะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักการเมือง นักธุรกิจ และนายทหารในเมืองไทยว่า เริ่มเห็นและรู้เรื่องราวต่างๆ ราวกับตาเห็นมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แต่มาชัดเจนเมื่ออายุ 9 ขวบ ครั้งนั้นมีลุงข้างบ้านมาบ่นให้ฟังว่ามีแหวนหาย แต่หมอดูอีทีบอกว่าไม่ได้หายไปไหน อยู่ในลิ้นชักนั่นเองให้ไปค้นดูให้ดี เมื่อไปค้นดูก็พบว่าอยู่ในลิ้นชักจริงๆ

.

นอก จากนี้ หมอดูอีทียังทำนายลุงคนนี้ ซึ่งเป็นโสด ใช้ชีวิตค่อนข้างเพลย์บอยว่า จะได้แต่งงานกับสาวบ้านนอก แต่ลุงคนนี้ไม่เชื่อ กระทั่งวันหนึ่งไปเมาเหล้าและได้ลูกสาว ชาวบ้าน จนได้แต่งงานอยู่กินกันในที่สุด เรื่องความแม่นของอีทีเป็นที่เล่าลือกันปากต่อปาก กระทั่งโด่งดัง มีผู้มีชื่อเสียง นักธุรกิจ นัก การเมือง นายทหารมาให้ทำนายทายทักดวงชะตาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ทีมถ่ายทำละครที่ใกล้ชิดกับหมอดูอีที เล่าด้วยว่า หมอดูอีทีตั้งค่าดูครั้งละประมาณ 30,000 บาท โดยผู้ที่จะให้ทำนายต้องจองคิว และรอคิว ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังต้องรอคิวอยู่ เนื่องจากมีผู้ต้องการใช้บริการมาก เงินที่ได้จากค่าบริการดูหมอ อีทีจะนำไปทำบุญ สร้างโรงเรียน โรงพยาบาลช่วยเหลือผู้คน

นาย นิรัตติศัย หรือต๊ะ กัลย์จาฤก ประธาน ที่ปรึกษาทีมงานป๊าสั่งย่าสอน ผู้ผลิตละครเรื่องดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมามีสื่อมวลชนหลายแห่งขอสัมภาษณ์หมอดูอีที และมีผู้ผลิตละครจากหลายชาติมาขอทำละครชีวิตหมอดู อีทีเช่นกัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับอนุญาต เนื่องจากตนรู้จักกับหมอดูท่านนี้มานานกว่า 12 ปี รับรู้ถึงประวัติที่น่าสนใจ รวมถึงความรู้สึกของพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกพิการมาด้วยความรัก และเมื่อคุยกันหมอดูอีทีคงรู้ว่าตนตั้งใจทำด้วยความศรัทธา

.

นาย นิรัตติศัยกล่าวด้วยว่า ละครเรื่องดังกล่าวจะมี 12 ตอน ถ่ายทำทั้งในไทยและพม่าโดยถ่ายทำไปแล้ว 95% สำหรับละครเรื่องดังกล่าวจะมี น.ส.นิธิตรา เชาว์พยัคฆ์ รับบทเป็นหมอดูอีที, น.ส.ณฐมน ปัญญาวราศัย รับบทเป็น “มะเอ” พี่สาว, น.ส.ทัดดาว ตั้งตรงเจริญ เป็น “มะตี่ตี๊” น้องสาวคนสนิทของหมอดูอีที

.

น.ส.นิธิตรากล่าวว่า จะพยายามแสดงออกมาให้ดีที่สุด และคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะในวันนี้ตนได้ทำพิธีขอขมาหมอดูอีทีแล้ว หลังจากสวมบทบาทเล่นไปก่อนหน้าโดยไม่ได้ขออนุญาต และเชื่อว่าส่งผลให้ตนบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่น่าจะเกิด ด้วยก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันกระจกที่ประตูบ้านร่วงใส่จนเป็นแผลที่ขา

.

ขณะ ที่นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณี พิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ต้องไตร่ตรองให้ดีว่าควรจะเชื่อหมอดูมากแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้หมอดูก็ทำนายว่าโลกจะแตกในปีนี้ ซึ่งหากโลกแตกในปีนี้จริงๆ แล้ว จะเหลืออะไรไว้สำหรับแผ่นดินไหวในประเทศไทยปีหน้า

.

นาย เลิศสินกล่าวว่า ในเชิงวิชาการแล้วอยากจะอธิบายให้รู้ว่าจุดที่จะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในโลก นี้มี 3 จุดใหญ่ คือ 1.บริเวณรอบมหาสมุทรแปซิฟิก 2.กลางทะเล ระหว่างทะเลแอตแลนติก ที่อยู่ระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและแอฟริกา เป็นแนวยาว และ 3.บริเวณแนวมุดตัวตั้งแต่ประเทศออสเตรเลียมายังเกาะ สุมาตรา ต่อมายังอินเดียโยงไปยังแถบเทือกเขาหิมาลัย ตีโค้งออกตะวันออกกลางเข้าไปในทวีปยุโรปแถบประเทศกรีซ อิตาลี และสเปน ไปสิ้นสุดที่เทือกเขาแอลป์ นอกจากนี้ ยังมีจุดย่อย ที่จะมีความรุนแรงรองลงมาคือ บริเวณตอนเหนือของประเทศจีน

.

นาย เลิศสินกล่าวว่า สำหรับจุดศูนย์กลางที่จะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวที่ใกล้กับประเทศไทยนั้น ด้านตะวันตกคือแนวมุดตัวสุมาตรา และแนวรอยเลื่อนที่ผ่านประเทศเวียดนาม ผ่านประเทศจีนตอนใต้ผ่านเทือกเขาหิมาลัย จุดที่ใกล้ที่สุดคือ รอยเลื่อนสะแกง ซึ่งห่างจากเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี ประมาณ 500 กิโลเมตร และที่สุมาตราซึ่งห่างจากเกาะภูเก็ต ประมาณ 700 กิโลเมตร ส่วนด้านเหนือคือรอยเลื่อนแม่น้ำแดง ห่างจากประเทศไทยประมาณ 300 กิโลเมตร

.

“ที่ อธิบายแบบนี้เพื่อต้องการให้เห็นภาพว่า ประเทศไทยเราอยู่ห่างมากจากจุดที่มีโอกาสจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ แม้รอยเลื่อนที่ทำให้แผ่นดินไหวรุนแรงรองลงมาก็ยังอยู่ห่างจากประเทศไทย มากอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยเองก็มีจุดศูนย์กลางของรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ โดยภาคเหนือมีอยู่ 10 จุดคือ รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนเมย รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ และรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ ในภาคตะวันตกคือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนภาคใต้คือ รอยเลื่อนระนองและรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย แต่ก็ได้มีการศึกษาตรวจสอบแล้วพบว่า รอยเลื่อนเหล่านี้มีพลังที่จะทำให้แผ่นดินไหวในระดับกลางหรือน้อยกว่า 7 ริกเตอร์ เท่านั้น” นายเลิศสินกล่าว

.

นาย เลิศสินกล่าวว่า ส่วนที่มีรายงานว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีดินอ่อนสามารถขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ แผ่นดินไหวเพียงเล็กน้อยอาจจะทำให้เกิดความเสียหายใหญ่ได้นั้น พื้นที่ที่เป็นจุดศูนย์กลางของพื้นที่ ที่อาจจะเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทย จุดที่ใกล้กรุงเทพที่สุดก็ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 150 กิโลเมตร ถ้าแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากเหมือนที่หมอดูทำนายเอาไว้แน่

.

“ที่ หมอดูพม่าทำนายว่า ประเทศไทยจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ปีหน้านั้น ถ้ามันจะไหวจริงๆ จุดศูนย์กลางที่ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวคือที่ประเทศพม่านั่นเอง ดังนั้น พม่าจะต้องเจอก่อนประเทศไทย ประเทศไทยเพียงแค่รับผลพวงที่เกิดขึ้นเท่านั้น” นายเลิศสินกล่าว.ที่มา : http://www.horoworld.com

 

 

ฤกษ์แต่งงานปี 2556 เดือนธันวาคม

 ,  , 

ประวัติสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

ประวัติสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

           สมเด็จพระญาณสังวร พระฉายาว่า “สุวัฑฒโน” พระนามเดิมว่าเจริญ พระสกุล “คชวัตร” ประสูติที่บ้านเลขที่ 367 ตำบลบ้านเหนืออำเภอเมืองจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวันศุกร์ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 3 ตุลาคมพ.ศ.2456เวลาประมาณ10ทุ่มหรือประมาณ 4.00 น. เศษแห่งวันเสาร์ที่ 4 ตุลาตม พ.ศ.2456 ตามที่นับในปัจจุบัน โยมบิดาชื่อน้อย คชวัตร ถึงแก่กรรม พ.ศ.2465 โยมมารดาชื่อกิมน้อย คชวัตรถึงแก่กรรม พ.ศ.2508

บรรชน   

บรรชนของสมเด็จมาจาก 4 ทิศ บิดามาจากสายกรุงเก่าทางหนึ่ง จากปักษ์ไต้ทางหนึ่ง ส่วนมารดามีเชื้อสายญวนทางหนึ่ง และจีนทางหนึ่ง บิดาคือนายน้อย คชวัตร เป็นบุตรนายเล็กและนางแดงอิ่ม เป็นหลานปู่พระยา หลานย่าของหลวงพิพิธภักดี และนางจีนเป็นชาวกรุงเก่ามารับราชการในกรุงเทพ ได้ออกไปเป็นผู้ช่วยราชการอยู่เมืองไชยาคราวหนึ่ง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ รัชกาลที่ 3ได้เป็นผู้หนึ่งที่ไปคุมเชลยที่เมืองพระตะบอง ได้ภริยาชาว เมืองไชยา 2 คน ชื่อทับ กับชื่อนุ่น และได้ภริยาชาวเมืองพุ่มเรียง 1 คน ชื่อแต้มต่อมาเมื่อได้รับคำสั่งให้ไปราชการปราบแขกที่มาตีเมืองตรังเมืองสงขลาจึงไปได้ภรรยาซึ่งเป็นพระธิดาของพระปลัดเมืองตะกั่วทุ่ง ( สน )และได้พาภริยามาตั้งครอบครัวอยู่ที่กรุงเทพ ฯ เวลานั้นพี่ชายของหลวงพิพิธภักดีเป็นที่พระพิชัยสงคราม เจ้าเมืองศรีสวัสดิ์และพระยาประสิทธิสงคราม ( ขำ ) เจ้าเมืองกาญจนบุรีเป็นอาของหลวงพิพิธภักดีจึงพาภรรยาไปตั้งครอบครัวอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี และลาออกจากราชการไปประกอบอาชีพทำนา ตระกูลคชวัตร  นายเล็กกับนางแดงอิ่ม มีบุตร 3 คน1.นายน้อย คชวัตร2.นายวร คชวัตร3.นายบุญรอด คชวัตรนายน้อย กับนางกิมน้อย คชวัตร มีบุตร 3 คนดังนี้

1.สมเด็จพระญาณสังวรฯ( เจริญ คชวัตร )
2.นายจำเนียร คชวัตร
3.นายสมุทร คชวัตร

โยมบิดา และโยมมารดา ………..

นายน้อย คชวัตรโยมบิดาประกอบอาชีพเป็นเสมียนตรา อำเภอเมืองกาญจนบุรีเมื่อ พ.ศ.2445จนเป็นผู้รั้งปลัดขวา เมื่อ พ.ศ.2451ต่อมาไปตรวจราชการเกิดอาการป่วยมากจึงต้องลาออกจากราชการเมื่อหายดีแล้วก็ได้กลับเข้ารับราชการใหม่………..จนปี พ.ศ.2456 จึงได้บุตรชายคนโตคือ สมเด็จพระญาณสังวรฯและได้ย้ายตำแหน่งเป็นปลัดขวาอำเภอวังขนาย( ท่าม่วง )  เมื่อปี พ.ศ.2458ได้สมัครเป็นสมาชิกเสือป่าได้มีโอกาสซ้อมรบเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ   ซ้อมรบเสือป่าที่บ้านโป่งและนครปฐม เมื่อสมเด็จฯกรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จฯ เมืองกาญจนบุรีนายน้อยได้นำสมเด็จพระญาณสังวรฯ ขณะนั้นอายุเพียง 2 ขวบ  เข้าเฝ้าด้วยต่อมาได้ไปรับราชการที่จังหวัดสมุทรสงคราม เกิดเจ็บป่วยจึงเดินทางกลับเมืองกาญจนบุรีเพื่อพักรักษาตัวและถึงแก่กรรมเมื่อมีอายุได้เพียง 38 ปี สมเด็จพระญาณสังวรฯได้นางเฮงผู้เป็นป้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กเมื่อโยมบิดามารดาย้ายไปสมุทรสงครามก็ไม่ได้ตามไปด้วย อาศัยอยู่กับป้าที่เมืองกาญจนบุรี


การศึกษา…………

สมเด็จพระญาณสังวรฯได้เข้าศึกษาชั้นประถมศึกษาเมื่อมีอายุได้ 7 ขวบที่โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆารามซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ทรงเรียนที่ศาลาวัดจนจบชั้นสูงสุด คือประถม 3 ถ้าจะเรียนต่อ ระดับมัธยมต้องย้ายโรงเรียนไปเรียนที่วัดไชยชุมพลชนะสงคราม( วัดไต้ ).ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดแต่ครูที่โรงเรียนวัดเทวสังฆารามชวนให้เรียนต่อที่โรงเรียนเพราะเปิดชั้นระดับประถมปีที่ 4 ( เท่ากับชั้น ม.1 )จึงทรงเรียนที่โรงเรียนเดิม พ.ศ.2468ทรงสอบได้เป็นลูกเสือเอก ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมการเข้าซ้อมร่วมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎฯ ที่จะเสด็จพระราชดำเนินมาซ้อมรบเสือป่าที่นครปฐมแต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎทรงสวรรคตก่อน………..ขณะเรียนที่โรงเรียนเคยรับเสด็จฯเจ้านายหลายครั้งเช่น สมเด็จพระปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธ์วรเดช ………..สมเด็จพระญาณสังวรฯ เรียนจนถึงชั้นประถม 5 ก็ทรงถึงทางตันเพราะเมื่อจบแล้วก็ไม่ทราบว่าจะไปเรียนต่อที่ไหน จึงออกจากโรงเรียน
บรรชาเป็นสามเณร………..

เมื่อ พ.ศ.2469มีน้าของท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเทวสังฆารามโยมป้าจึงชักชวนให้บวชเณรแก้บน จึงบรรชาเป็นสามเณรเมื่อมีอายุได้ 14 ปีมีพระครูอดุลสมณกิจ ( ดี พุทธโชติ ) เจ้าอาวาทวัดเหนือเป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงจำพรรษาอยู่ที่วัดเพราะคุ้นเคยกับหลวงพ่อและพระเณรเพราะทรงเรียนหนังสืออยู่ในวัดมาตั้งแต่เล็ก ทรงศึกษาธรรมสวดมนต์ จนเมื่อออกพรรษาหลวงพ่อชวนให้ไปเรียนภาษาบาลีที่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม เพื่อต่อไปจะได้กลับไปช่วยสอนที่วัด ในปี พ.ศ.2470ทรงศึกษาไวยากรณ์ที่วัดเสน่หา โดยมีพระสังวรวินัย(อาจ) เจ้าอาวาสขณะนั้นและมีอาจารย์ถวายการสอนเป็นพระเปรียญมาจากวัดมกุฏกษัตริยาราม ได้ทรงเรียนแปลธรรมบท ใน พ.ศ.2472 อีกพรรษาหนึ่งแล้วเสด็จกลับไปประทับที่วัดเทวสังฆาราม…………เมื่อเสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนาในงานพระราชทานเพลิงศพพระครูสังวรวินัยหลวงพ่อวัดเหนือได้นำสมเด็จฯ มาฝากเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์โดยได้อยู่ในความดูแลของพระครูพุทธมนต์ปรีชา ได้รับประทานฉายาจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้าว่า ” สุวัฑฒโน” ได้ทรงปฏิบัติตามระเบียบของวัด สวดมนต์ ศึกษาพระปริยัติธรรม ทรงสามารถสอบได้ดังนี้- พ.ศ.2472 พระชนมายุ 17 ปี สอบได้นักธรรมตรี- พ.ศ.2473 พระชนมายุ 18 ปี สอบได้นักธรรมโท และเปรียญ 3 ประโยค- พ.ศ.2475 พระชนมายุ 20 ปี สอบได้นักธรรมเอก และเปรียญ 4 ประโยค  เมื่อ พ.ศ.2474 เป็นสามเณรองค์เดียวที่ได้รับพระราชทานผ้าไตรจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เสด็จพระราชดำเนินมาทอดกฐิน ณ วัดบวรนิเวศฯทรงอุสมบทเป็นพระภิกษุ……….เมื่อมีพระชนมายุครบอุปสมบท จึงเสด็จฯ มาอุปสมบทที่วัดเทวสังฆาราม เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนพ.ศ.2476 โดยมีพระครูอดุลยสมณกิจ ( ดี พุทธโชติ ) เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆารามเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินฐสมาจารย์ ( เหรียญ ) เจ้าอาวาสวัดศรีอุปราราม ( วัดหนองบัว )เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระปลัดหรุง เจ้าอาวาสวัดทุ่งสมอ เป็นพระอนุสาวนาจารย์………..เมื่ออุปสมบทแล้วจำพรรษาอยู่ที่วัดเทวสังฆารามจนออกพรรษาจึงเสด็จกลับวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงอุปสมบทซ้ำเป็นพระธรรมยุต ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์และเสด็จกลับมาอยู่วัดเหนืออีก 2 ปี ทรงสอบปริยัติธรรมได้ทุกปีดังนี้

- พ.ศ.2476 พระชนมายุ 21 ปี สอบได้เปรียญ 5 ประโยค
– พ.ศ.2477 พระชนมายุ 22 ปี สอบได้เปรียญ 6 ประโยค
– พ.ศ.2478 พระชนมายุ 23 ปี สอบได้เปรียญ 7 ประโยค
– พ.ศ.2481 พระชนมายุ 26 ปี สอบได้เปรียญ 8 ประโยค
– พ.ศ.2484 พระชนมายุ 29 ปี สอบได้เปรียญ 9 ประโยค

          สมเด็จพระญาณสังวรฯ มีภารทางการงานและการศึกษาตั้งแต่ยังเป็นพระเปรียญตร ีเปรียญโท และเมื่อ มีวิทยฐานะเข้าเกณฑ์เป็นกรรมการตรวจข้อสอบนักธรรมและบาลีก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจธรรมและบาลีสนามหลวงเรื่อยมา คือตั้งแต่นักธรรมตรี โท เอก ประโยค ป.ธ.3 – ป.ธ.9 

นอกจากนั้นยังมีภารกิจในการเผยแผ่ศาสนาในต่างประเทศ เสด็จฯประเทศต่างๆ มากมายหลายประเทศการหนังสือสมเด็จพระญาณสังวรฯ ได้เรียบเรียงหนังสือต่างๆไว้มาก ทั้งประเภทตำราทางการศึกษา ธรรมกถา ธรรมเทศนา และสารคดีอื่นๆ

สมณศักดิ์

- พ.ศ. 2490 ทรงเป็นพระราชาคณะสามัญที่พระโสภณคณาจารย์
– พ.ศ. 2495 ทรงเป็นพระราชาคณะในพระราชทินนามเดิม
– พ.ศ. 2498 ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นเทพในพระราชทินนามเดิม
– พ.ศ. 2499 ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมวราภรณ์
– พ.ศ. 2504 ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่พระศาสนโสภณ
– พ.ศ. 2515 ทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญษณสังวรฯ
– พ.ศ. 2532 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระญารสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ที่ 19

นับเป็นความภูมิใจของชาวกาญจนบุรีอย่างยิ่ง ที่สมเด็จพระญารสังวรฯ ได้รับพระราชทานดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 ของประเทศไทย ขอให้ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน…………

 

กินเจ 2555 เทศกาลกินเจ ประเพณีกินเจ 2555

.
ตำนานเทศกาลกินเจ กินเจ 2555

เทศกาลเจ เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า เกิดมาในสมัยที่ชาวจีนถูกรุกรานโดยชนชาติแมนจู ซึ่งเข้าปกครองประเทศจีน และบังคับให้ชนชาติจีนยอมรับวัฒนธรรมของตน อาทิ การไว้ทรงผมเยี่ยงแมนจู คือ โกนศีรษะโล้นทางด้านหน้าและไว้ผมยาวทางด้านหลัง ซึ่งหลายคนคงจะชินตาในภาพยนตร์จีนที่นำมาฉายทางทีวี

ในสมัยนั้น มีคนจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้านชาวแมนจู โดยใช้หลักทางธรรมเข้ามาร่วมด้วย ชาวจีนกลุ่มนี้ นุ่งขาว ห่มขาวและไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีความเชื่อว่า การประพฤติปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลุ่มของตนจนสามารถต้านทานชาวแมนจูได้ คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “หงี่หั่วท้วง” ซึ่งแม้จะได้ต่อสู้อย่างอาจหาญ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ “หงี่หั่วท้วง” ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น

ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล 2 ประการ คือ

1. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตของตน

2. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดของตน

3. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อของตน

สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่ พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของกการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ “เจ้าแม่กวนอิม” การกินเจ จึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ

บรรยากาศเทศกาลกินเจของเมืองไทยในปัจจุบัน คนทั่วไปไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มสาวยุคใหม่ต่างก็หันมากินเจกันมากขึ้นทั้งนี้ อาจจะมาจากกระแสเรื่องห่วงใยสุขภาพมากกว่าความเชื่อโบราณ เพราะการงดเนื้อสัตว์ทุกชนิดและหันมาบริโภคแต่ผัก ผลไม้นั้นจะช่วยชำระล้างของเสียออกจากร่างกาย หรือคนยุคนี้เรียกว่า “การล้างพิษ” ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น

ความหมายของ “เจ”

“เจ” ในภาษาจีนมีความหมายว่า “อุโบสถ” เป็นคำแปลทางพุทธสาสนา นิกายมหายาน

การกินเจนั้นแต่เดิมหมายความถึง “การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน” ตามแบบอย่างของพระพุทธศาสนา เราจะเห็นตัวอย่างชาวพุทธรักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ด้วยการไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงไปแล้วเช่นเดียวกับพระภิกษุ แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย จึงนิยมเรียกการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกับการกินเจ จนถึงปัจจุบัน ผู้ที่รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ยังคงเรียกว่า “กินเจ”

ความหมายของการกินเจ จึงหมายถึงการรักษาศีล ปฏิบัติธรรมทั้งกาย วาจา และใจ ไม่ใช่หมายความเพียงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น การปฏิบัติธรรมร่วมไปด้วยจึงจะครบเป็น “การถือศีล-กินเจ” อย่างแท้จริง

ความหมายของ “ธงเจ”

อักษรแดง บนพื้นเหลือง เขียนว่า “ไจ” หรือ “เจ” มีความหมายว่า “ของไม่มีคาว” สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตน “ถือศีล-กินเจ” ได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

การปฏิบัติตัวในช่วงเทศกาลกินเจ

เมื่อตั้งมั่นที่จะปฏิบัติศีลและกินเจ ในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืนนี้แล้ว ก็ควรจะศึกษาข้อห้ามต่างๆ ที่บัญญัติไว้เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตัว โดยทั่วไปแล้วจะมีข้อปฏิบัติดังนี้

    • งดเว้นเนื้อสัตว์ หรือทำอันตรายต่อสัตว์
    • งด นม เนย หรือน้ำมันที่มาจากสัตว์
    • งดอาหารรสจัด หมายถึง อาหารรสเผ็ดมาก เค็มมาก หวานมาก เปรี้ยวมาก
    • งดผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ รวมทั้งเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน
    • รักษาศีล 5
    • รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ให้คงที่
    • ทำบุญ ทำทาน บางคนที่เคร่งอาจนุ่งขาว ห่มขาว

สำหรับคนที่กินเจอย่างเคร่งครัด นอกจากจะ “ถือศีล-กินเจ” แล้วยังต้องเลือกผู้ปรุงอาหารเจที่กินเจด้วย เพื่อให้ “อาหารเจ” นั้นบริสุทธิ์จริงๆ บางคนจะมีการคัดแยกภาชนะที่บรรจุอาหารหรือใช้ปรุงอาหาร แยกจากที่ใช้ใส่อาหารที่มีเนื้อสัตว์อย่างเด็ดขาด และในบางแห่งอาจพบว่ามีการจุดตะเกียงเก้าดวง ไว้เป็นเวลา 9 วันตลอดระยะเวลาการกินเจ เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุญคุณพ่อแม่ญาติพี่น้อง และเพื่อเป็นพุทธบูชา

อาหารเจ

ปัจจุบันมีการยอมรับกันโดยทั่วไปถึงคุณค่าของ “อาหารเจ” เนื่องจากการรับประทานพืชผักในปริมาณที่มากกว่าปกติ งดเว้นเนื้อสัตว์ ทำให้กระเพาะได้พักจากภารกิจการย่อยเนื้อสัตว์ที่ทำประจำอยู่ และได้รับวิตามินเข้าไปเสริมสร้าง ซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งได้โปรตีนจากถั่วชนิดต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากโปรตีนที่เราได้รับจากเนื้อสัตว์ ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนจากการรับสารอาหารย่อยยากจากแหล่งอาหารต่างๆ รวมทั้งยังได้รับพลังใจจากการที่ปฏิบัติตัวอยู่ในศีล ทำให้จิตใจอิ่มเอิบ เบาสบาย

หลายคนคิดว่า การรับประทานแต่อาหารเจจะทำให้เกิดโรคขาดอาหาร ทั้งที่สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคขาดอาหารนั้น มาจากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลัก ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้ที่กินเนื้อสัตว์และกินเจ ซึ่งมีนิสัยการบริโภคที่ไม่คำนึงถึงคุณค่าของสารอาหารที่ได้รับ

คนที่กินเจอย่างถูกหลักก็จะได้รับอาหารที่มีคุณค่า มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ การประกอบอาหารเจเพื่อรับประทานในช่วงนี้ จึงสามารถเลือกอาหารพวก ข้าวกล้อง (ใช้แทนข้าวขาว) โปรตีนเกษตร (แทนเนื้อสัตว์) ผักสด เห็ดหอม ถั่วนานาพันธุ์ เต้าหู้ แป้งหมี่กึง ทดแทน และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำเป็นอาหารชนิดต่างๆ

เจ กับมังสวิรัติ

อาหารมังสวิรัติ คือ อาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกับอาหารเจ แต่หากเป็นมังสวิรัตินั้น สามารถนำผักทุกชนิดมาประกอบอาหารได้ แต่อาหารเจ ต้องงดเว้นผักฉุน 5 ประเภท (ดังที่กล่าวมาแล้ว) รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังคงต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการ ถือศีล-กินเจ ที่แท้จริง ในขณะที่มังสวิรัติ หมายรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น

การกินเจ นอกจากจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างบุญกุศลด้วยการละ เลิก เพื่อชีวิตแล้ว ในแง่ของสุขภาพร่างกายก็พลอยได้รับประโยชน์ร่วมด้วย เพราะถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายมีโอกาสพักผ่อน จากการย่อยอาหารประเภทที่ย่อยยากทั้งหลาย

กิน เจ ที่ภูเก็ต

เจ ที่ภูเก็ตมาจากรากฐานความเชื่อเดียวกัน คนจีนเรียก เจเดือนเก้า แต่ถ้านับตรงกับเดือนไทยก็จะได้ตรงกับเดือน 11 เทศกาลกินเจที่ภูเก็ตจึงมีขึ้นหลังเทศกาลกินเจทั่วๆ ไป บางครั้งเราจึงมักได้ยินเชื่อเรียกของเทศกาลกินเจที่ภูเก็ต ว่าเป็นเทศกาลกินผัก ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือการกินเจในรูปแบบและระยะเวลา 9 วันเช่นเดียวกัน

ความเชื่อเกี่ยวกับการกินเจที่ชาวภูเก็ตเล่าสืบต่อกันมาว่า มีคณะงิ้วจากเมืองจีนมาเปิดการแสดงที่กะทู้ แล้วบังเอิญเกิดโรคระบาด คณะงิ้วจึงจัดให้มีพิธีกินเจ และสร้างศาลเจ้าขึ้น ปรากฏว่าโรคระบาดก็หายไปสิ้น ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสจึงปฏิบัติตาม นับเนื่องจากนั้นมีผู้ศรัทธามากขึ้นเรื่อยๆ ชาวกระทู้จึงอยากให้พิธี “กินเจ” ของตนสมบูรณ์แบบ ตามแบบพิธีในมณฑลกังไส จึงได้ส่งตัวแทนไปนำเอาควันธูปกลับมา โดยการตั้งมั่นที่แรงกล้า เพราะพิธีการนำควันธูปกลับมานั้น ต้องจุดธูปต่อกันมิให้มอดดับได้ ศาลเจ้ากระทู้จึงเป็นศูนย์กลางของเทศกาลการกินเจที่ภูเก็ตเรื่อยมา จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

.

อ่านต่อเพิ่มเติม  http://variety.horoworld.com/2759_กินเจ-2555-ประเพณีถือศีลกินผัก

สยอง 7 กันยายน 2555 หมอช้างเตือน เสาร์มรณะ ยกใหญ่หฤโหดรอบ 30 ปี ชี้ราศีโคม่าอื้อ

สยอง 7 กันยายน 2555 หมอช้างเตือน เสาร์มรณะ

หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดัง เจ้าของฉายาหมอดูไฮโซ ออกมาเตือนผ่านไทยรัฐออนไลน์ถึงประเด็นดาวเสาร์ยกย้ายในตำแหน่งที่แรงที่สุดรอบ 30 ปี ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 7 ก.ย. 55 นี้ว่า ในทางโหราศาสตร์มีความอันตรายมากทุกราศี โดยเฉพาะคนที่เกิดราศีตุลย์ กับ ราศีเมษ จะมีเรื่องร้ายมากมายแบบไม่คาดฝัน

“หลา่ยคนจะกลัวราหูมากกว่าเพราะชื่อหรือรูปร่าง แต่ความเป็นจริงนักโหราศาสตร์จะกังวลเรื่องดาวเสาร์มากกว่า ปกติดาวเสาร์จะยก 2 ปีครึ่งหนึ่งครั้ง แต่ละครั้งนี้น่าสนตรงที่ตำแหน่งที่ดาวเสาร์ยกย้ายไปเป็นตำแหน่งรุนแรงมากในรอบ 30 ปี และราศีที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้แก่ ‘ราศีตุลย์’ โดยเฉพาะรอบปี พ.ศ.2496 พ.ศ. 2497 พ.ศ.2498 พ.ศ. 2525 พ.ศ. 2526 พ.ศ.2527 ตำราโหรระบุชัดว่า ทายโทษทุกข์ให้ทายดาวเสาร์ ดังนั้นคนที่เกิดราศีและช่วงปีดังกล่าวจากนี้จะมีแต่ความผิดหวังเสียใจทุกด้านทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการงาน เรื่องชีวิต เรื่องความรัก เรื่องเงินสุขภาพ จึงอยากจะเตือนคนที่อยู่ในราศีและปีเหล่านี้ เตรียมตัวเตรียมใจใช้ชีวิตแบบไม่ประมาท เพราะหลังวันที่ 7 กันยายนนี้ของจริงกำลังจะมา”

หมอดูชื่อดังบอกว่า นอกจากราศีตุลย์ที่ได้ผลร้ายเต็มๆ จากดาวเสาร์ย้ายใหญ่ในรอบ 30 ปีแล้ว ราศีเมษรอบปี พ.ศ.2497 พ.ศ. 2498 พ.ศ.2526 พ.ศ.2527 พ.ศ.2528 ก็น่าเป็นห่วงเคราะห์ร้ายมาเยือนเข้าขั้นโคม่าเช่นกัน

“กลุ่มแรกน่ากลัวทุกเรื่อง ทุกด้าน แต่สำหรับคนที่เกิดราศีเมษกลุ่มปีนี้ผมอยากให้ระวังเรื่องคู่เป็นหลักซึ่งคู่ที่ว่าอาจจะหมายรวมถึง คู่ค้า คู่สัญญา คู่รัก อิทธิพลจากดวงดาวจะทำให้เกิดความระหองระแหงเกี่ยวกับความรักมีมากขึ้นหรือเรื่องการทำงานใครเป็นเจ้าของร้าน เจ้าของธุรกิจ ก็อาจจะมีความขัดแย้งกับหุ้นส่วนได้มากขึ้นเช่นกัน”

ทั้งนี้ หมอดูไฮโซ ยังกล่าวถึงหมวดอักษรที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของดาวเสาร์เคลื่อนย้ายใหญ่ในวันศุกร์ที่ 7 กันยายนนี้ ว่าตามตำราพระศุกร์กับพระเสาร์มักจะเป็นดวงดาวไม่ถูกกัน ดังนั้นหมวดอักษรของดาวศุกร์ที่มี ศ ษ ส ห ฬ ฮ นำหน้าต้องระวังตัว

“พวกนี้ก็จะกลับมามีประเด็นความแรงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้ายังจำได้อักษรที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นคนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงแล้วเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่มันหายไปเพราะว่าดวงดาวโคจรผิดปกติ ซึ่งตอนนี้ดาวมันกลับมามีพลังใหม่ และรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นหมวดอักษรดังกล่าวก็ใช้ชีวิตแบบนิ่งนอนใจไม่ได้เช่นกัน”

ถามถึงอิทธิพลดาวเสาร์ยกย้ายดังกล่าวจะส่งผลกระทบอะไรกับเหตุบ้าน

การเมืองหรือไม่…? หมอดูไฮโซบอกว่า จากวันที่ 7 ก.ย. เป็นต้นไป เป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มากๆ หากเปรียบการเมืองเป็นนักมวย ก็เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เปิดหน้าชกกัน อะไรๆ ที่เงียบๆ นิ่งๆ ก็จะหมดไป ความแตกแยกความขัดแย้งก็มากขึ้น ภัยจากธรรมชาติต่างๆ ทุกๆ อย่างก็จะถาโถมเข้ามาอย่างมากมาย

“ที่สำคัญที่ผมอยากจะให้จับตาก็คือ เมื่อเรามองย้อนไปจะพบว่าดาวเสาร์ยกใหญ่ในครั้งนี้ดันตรงกับเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ใหญ่ปี 2526 อีกด้วย แน่นอนว่าวงรอบดวงดาวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อภัยของธรรมชาติอย่างมากมายแบบปฏิเสธไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ลมพายุ แผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ๆ เกิดขึ้นทั้งประเทศไทยและทั่วโลกถามว่าจะมีความแรงพอๆ กับน้ำท่วมใหญ่ปี พ.ศ.2554 หรือเปล่า ? ผมมองว่าอาจจะท่วมไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ แต่จะท่วมไม่มากกว่าเดิมแน่นอน แต่สิ่งที่อยากจะให้ระวังก็คือภัยที่มาจากแผ่นดินไหว ไฟไหม้ ภัยจากพายุ ดินทรุด ดินถล่ม เนื่องจากอิทธิพลดาวเสาร์ย้ายมาอยู่ในราศีตุลย์ และราศีตุลย์เป็นราศีธาตุลม ดังนั้นภัยจากลมวิ่งเข้ามาแบบต่อเนื่อง แม้กระทั่งภัยไฟ การวางระเบิดในช่วงที่ดวงดาวเปลี่ยนแปลงก็ต้องระวังในทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ แผ่นดินไหวก็ควรจะระวัง”
ถามย้ำว่าดวงดาวจะส่งผลถึงขั้นมีปฏิวัติไหม? หมอช้างบอกว่า พูดในเชิงของดวงดาว ไม่มีดาวปฏิวัติ แต่ลีลาดาวเสาร์แบบนี้หมายถึงเป็นผลของการขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้งและแตกแยกในหมู่พรรคพวกเดียวกันมากกว่า

“ถามว่าจะมีดวงยุบสภาไหม ไม่น่า ดาวเสาร์แบบนี้จะมีการปรับครม.ใหม่ ถามว่าดวงผู้นำแดนไกลเป็นอย่างไร ช่วงนี้ก็โอเค แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือดวงดาวเวลาเปลี่ยนมันไม่ได้มีผลต่อใครคนใดคนหนึ่ง หรือบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรมันก็ไม่ได้อยู่ที่ดวงใครคนใดคนหนึ่ง”

สุดท้าย หมอดูไฮโซชื่อดัง ยังฝากเตือนให้ระมัดระวังใช้ชีวิตอย่างมีสติให้มากที่สุดในช่วงนี้ เพราะว่าดาวเสาร์ยกย้ายมาในตำแหน่งนี้จะอยู่กับเรา 2 ปีครึ่งด้วยกัน

“สิ่งที่ผมอยากจะออกมาเตือนนอกจากจะเตือนเรื่องช่วงนี้อย่าใช้ชีวิตประมาทแล้ว ก็ควรหมั่นทำบุญให้มากๆ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะให้ไหว้ดาวเสาร์เป็นอีกหนึ่งช่องทางหนึ่งที่ผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ทางหนึ่งด้วย” ทศพร ศรีตุลา กล่าวในที่สุด

ที่มา http://www.thairath.co.th/content/life/288896

ดาวเสาร์ย้าย 7 กันยายน 2555

        ดาวเสาร์จะเคลื่อนย้ายในวันที่ 7 กันยายน 2555 นี้ มันจึงส่งผลกระทบต่อทุกๆราศี โดยเฉพาะชาวราศีเมษ ราศีตุลย์ รวมทั้งผู้ที่เกิดในวันศุกร์ วันนี้ Horoworld จึงขอนำ การเตรียมตัวไหว้รับดาวเสาร์ หมอช้าง มาฝากทุกคนกันค่ะ

.

        ดาวเสาร์กำลังโคจรเข้าสู่ตำแหน่งที่แรงที่สุดในรอบ 30 ปี และจะอยู่ในตำแหน่งนี้ไปอีกประมาณ 2 ปี ตามหลักการทางโหราศาสตร์เมื่อดวงดาวสำคัญมีการเปลี่ยนแปลงก็จะส่งผลกระทบต่อดวงชะตาทุกๆราศี แต่ราศีที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษคือผู้ที่เกิดใน ลัคนาหรือราศีตุลย์ (18 ตุลาคม – 16 พฤศจิกายน) และ ลัคนาหรือราศีเมษ (14 เมษายน – 14 พฤษภาคม) และผู้ที่เกิดในวันศุกร์

พิธีไหว้รับดาวเสาร์ ไหว้ดาวเสาร์

พิธีไหว้รับดาวเสาร์ ไหว้ดาวเสาร์

ไหว้รับดาวเสาร์

       การไหว้ดาวเสาร์ในวันที่ 7 กันยายนสามารถไหว้ได้ตลอดทั้งวัน เพราะดาวเริ่มเปลี่ยนราศีตั้งแต่เวลา 02.41น.ของวันที่ 7 หรือถ้าไม่สะดวกไหว้ในวันนี้สามารถไหว้ในวันที่ 8 กันยายนซึ่งตรงกับวันเสาร์พอดีแทน จำนวนของไหว้สามารถไหว้  7 อย่าง(ตัวเลขของดาวเสาร์) หรือ  10 อย่าง(กำลังดาวเสาร์) แล้วแต่ความพร้อม สีของดาวเสาร์คือสีดำหรือสีม่วง ดังนั้นของไหว้สามารถใช้ได้ทั้งสองสีตามความสะดวก แต่ควรเป็นอาหารที่ทานได้และควรมีทั้งของคาว,ของหวาน,ผลไม้ เช่น ซุปไก่, น้ำองุ่น,ขนมชั้นสีม่วง,น้ำอัดลม,กาแฟดำ,บัวลอยดอกอัญชัน,สาหร่าย ของไหว้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดคือความสบายใจในการซื้อหาและของบางอย่างที่หาได้เองอาจจะตรงกับดวงของเรามากกว่า ส่วนธูปเทียนและดอกไม้ไม่นับอยู่ในจำนวนของไหว้ ดอกไม้ที่แนะนำคือดอกกล้วยไม้หรือดอกบัวสีม่วง

ขั้นตอนการไหว้

- หลังจากเวลา 02.41น.ของวันที่ 7 กันยายน สามารถไหว้ได้ตลอดทั้งวันแต่อย่าให้เลยเที่ยงคืน

- ทิศในการไหว้ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และควรไหว้กลางแจ้ง

- จุดธูปตามจำนวนของไหว้ 7 หรือ  10 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ


สวดบทบูชาพระเสาร์

   ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต

   นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตาฯ

   เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เต โหตุ โสตถิ คัพภัสสะ ฯ (10 จบ)

        ตั้งจิตอธิษฐานกล่าวชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ได้จัดของไหว้พระเสาร์จำนวน 7 หรือ 10 อย่าง ขอให้ผลจากการย้ายราศีของพระเสาร์ในครั้งนี้เป็นผลดีแก่ดวงชะตา ขอให้ผลแห่งกรรมดีในครั้งนี้ ช่วยคุ้มครองดวงชะตาตลอดช่วงเวลาที่ต้องพระเสาร์… (สามารถอธิษฐานเรื่องอื่นๆตามปรารถนา)  เมื่อธูปใกล้หมดให้ลาของไหว้ นำของไหว้มารับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล

   ***ควรท่องคาถาบทนี้ก่อนทานของไหว้แต่ละอย่าง โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ***


การทำบุญ
  

หลังจากไหว้ดาวเสาร์เรียบร้อยแล้ว ควรทำบุญเพื่อเสริมดวงเป็นประจำ โดยแนะนำให้ทำในวันเสาร์ เช่น การปล่อยปลา 10 ตัว ใส่บาตรพระ 10 รูป ซึ่งเป็นตัวเลขกำลังของดาวเสาร์หรือ ถวายสังฆทานพร้อมด้วยพระพุทธรูปปางนาคปรก เสร็จแล้วกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรและพระเสาร์

      สิ่งสำคัญที่อยากให้ทุกคนได้รับจากการไหว้และทำบุญดาวเสาร์ก็คือการเตือนสติเพื่อให้เราใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท มีดวงชะตาจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จเมื่อดาวเสาร์เข้ามาสู่ดวง และมีอีกหลายดวงที่ชีวิตต้องเจอกับอุปสรรคและความผิดหวังครั้งใหญ่ กำลังใจและการเร่งทำกรรมดีเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น อย่ามัวแต่บอกกับตัวเองว่า เราคิดดี ทำดี ก็ต้องได้ดี แต่จงใช้หลักธรรมคำสอนเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาให้จิตใจเราคิดและทำในสิ่งที่ดีจริงๆกันดีกว่าครับ

 

ดูดวงปี 2555 ตามราศี กับ อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา โทร 1900 111 365 (นาทีละ 9 บาท)

.

ทัวร์ไหว้พระเสาร์ เพื่อดับทุกข์โศก ดับภัยพิบัติ ดับพินทุบาทว์ กับ อ.พวงทอง สุขสมโภชน์

ดูดวงกับหมอแมน การิน ด้วยเบอร์โทรศัพท์และตัวเลข

กลายเป็นที่โด่งดังไปซะแล้วค่ะสำหรับ หมอแมน แม้น แม่น ที่ใช้เลขศาสตร์ หรือ เบอร์โทรศัพท์ในการดูดวง วันนี้ Horoworld จะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับหมอแมน แม่น แม่น หรือนั่นก็คือหนุ่ม แมน การิน กันเลยดีกว่าค่ะ

 

ดูดวง  หมอแมน การิน

กลายเป็นที่โด่งดังไปซะแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่ม แมน การิน ที่ตอนนี้มีอีกชื่อหนึ่งที่แฟน ๆ ตั้งให้ คือ หมอแมน (แม้น แม่น) นั่นเอง เพราะตอนนี้เขาหันมาสนใจทางด้านการใช้เลขศาสตร์ หรือเบอร์โทรศัพท์ในการดูดวง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า การที่คนเราจะใช้เลขศาสตร์ หรือเบอร์โทรศัพท์อะไรก็ตามนั้นล้วนแต่มีพลังงานที่สามารถกำหนดทิศทางชีวิตเราได้ …งานนี้ รายการเช้าดูวู้ดดี้ (5 มิถุนายน) จึงเชิญ แมน การิน มาเผยถึงความสามารถเรื่องศาสตร์ของตัวเลขที่ตัวเขาปิดบังมากว่า 5 ปี (โห) … เอาล่ะ อยากรู้กันแล้วล่ะสิว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรกัน

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า หมอแมน หันมาสนใจการดูตัวเลขทางโหราศาสตร์ได้อย่างไร นักแสดงหนุ่ม ก็ขอออกตัวก่อนว่า อย่าเรียกเขาว่า หมอแมนเลย อยากให้เรียก แมน การิน เหมือนเดิม เพราะเรื่องที่ตนจะพูดไม่ใช่เรื่องของโหราศาสตร์แต่เป็นเรื่องของสถิติ เป็นการเก็บข้อมูลตัวเลขและมาบอกต่อกันเท่านั้นเอง คือ ด้วยความที่ตนเป็นคนช่างสังเกต และเรียนทางคณิตศาสตร์ สถิติ มาด้วย ก็เลยสังเกตได้ว่า ความจริงตัวเลขแต่ละตัวมันมีที่อยู่ที่เหมาะสมของมัน จากนั้นตนก็เริ่มเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งได้ม๊โอกาสเจอพี่อ้วน พี่ที่รู้เกี่ยวกับโหราศาสตร์และดวงดาว พอได้คุยกัน จึงรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกัน เช่น เลขบางเลขที่โหราศาสตร์บอกแบบนี้ กับตัวเลขที่เราสะสมสถิติมา มันมีคำอธิบายที่คล้ายกัน แต่ตอนนั้นตนก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อย ต้องทำการศึกษาและพิสูจน์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตอนแรกที่หนุ่มแมนเริ่มมาดูดวงนั้น ไม่มีใครทราบมาก่อนว่าเป็น แมน การิน ที่เป็นดารา เพราะในโซเชียลเน็ตเวิร์กก็รู้แต่ชื่อว่า หมอแมน แม้น แม่น วู้ดดี้จึงถามว่าแล้วความลับมันมาแตกตอนไหน หนุ่มแมน เล่าว่า คือมีศิลปินท่านหนึ่งที่ตนมีโอกาสดูเลขโทรศัพท์มือถือให้ ซึ่งตนได้บอกไปว่า เบอร์นี้มีเรื่องของเนื้องอก มะเร็ง และอัลไซเมอร์ จึงทำให้เรื่องมันดังขึ้นมา แต่ที่ทำให้ดังจริง ๆ คงจะเป็นตอนที่ไปออก แฉแต่เช้า พอคนรู้ว่าเป็น แมน การิน ก็โทรเข้ามากันยกใหญ่ จนมือถือแมนใช้ไม่ได้ และกระแสดังกล่าวก็ลามไปในกลุ่มดารา นักแสดง และผู้จัดการดาราชื่อดัง รวมทั้งนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ อั๋น ภูวนาท คุนผลิน หมอก้อง สรวิทย์ สุบุญ เกรท วรินทร ปัญหกาจญ์ แหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ และดาราซูเปอร์สตาร์อีกหลายคนที่เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หลังจากดูดวงตัวเลขกับ แมน การิน

วู้ดดี้ ถามต่อว่า แล้วเลขที่บ้านดูได้หรือไม่ แมน การิน ตอบว่า จริง ๆ แล้วก็มีการดูสถิติได้ แต่ด้วยความที่ว่าบ้านนั้นมีปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เช่น เรื่องที่ตั้ง ฮวงจุ้ยที่ดี จึงทำให้มีผลน้อยลงไป และอีกอย่างหนึ่งคือ บ้านอยู่กันหลายคน แต่โทรศัพท์เป็นของใช้ส่วนตัวที่คนเราพกติดตัวตลอด จริง ๆ ตัวเลขทุกตัวมีข้อดีและเสียเหมือน ๆ กันหมด แต่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกตัวเลขไหนให้ตรงกับคาแร็คเตอร์ของเรา อย่างเช่นตัวเลขนี้อยู่กับคนหนึ่งแล้วไม่ค่อยดี แต่พออยู่กับคนอื่นที่เหมาะสมกับตัวเลขนี้กลับกลายเป็นดี ทั้งนี้ หนุ่มแมนได้ทำการเก็บสถิติรายงานคนที่เปลี่ยนเบอร์ด้วยว่า ความจริงแล้วการเปลี่ยนเบอร์มันช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า ในอนาคตนั้นไม่รู้ แต่ที่รู้ว่าในปัจจุบัน ตัวเลขมันเหมาะสมกับเรา จึงทำให้เรามีคาแร็คเตอร์ที่ดีขึ้น

ปีชง 2556 ปีชงปีมะเส็ง แก้ชงปีมะเส็ง ปี 2556 และวิธีแก้ชง

ปีชง 2556  

ปีชง 2556  เริ่มนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน หรือวันตรุษจีน2556  โดย ตรุษจีน 2556 นี้ 

แก้เคล็ดปีชง 2556 มะเส็งเล่นน้ำ

          ภูมิปัญญาจีนโบราณ ได้เผยแพร่ความเชื่อเรื่อง เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา หรือ องค์ไท้ส่วย มานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลัทธิเต๋า ที่มักพบว่ามีรูปปั้นของ องค์ไท้ส่วยทั้ง 60 รูปประทับอยู่เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปได้สักการบูชาในทุกๆอาราม แต่ละปี องค์ไท้ส่วย จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปทุกๆปีอย่างไม่มีวันสิ้นสุด หรือที่เรียกว่า “เฝ้าปี” เพื่อทำหน้าที่ปกปักรักษาคุ้มครองดวงปี โดยใช้หลักโหรราศาสตร์จีน โป้ยหยี่สี่เถี่ยว มาเป็นเกณฑ์ และแต่ละองค์ก็จะมีชื่อให้เรียกขานแตกต่างกัน

          ชาวจีนโดยทั่วไปเชื่อว่า เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิต ดังนั้นการกราบไหว้บูชา เทพเจ้าผู้คุ้มครองดวงชะตา หรือ องค์ไท้ส่วย ทุกๆปี ก็เป็นการเสริมดวงชะตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เกิดปีชง ควรกราบไหว้เพื่อวิงวอนให้องค์ไท้ส่วยคุ้มครองดวงชะตา เสมือนเป็นการฝากดวง  เพื่อสะเดาะเคราะห์ ช่วยให้ร้ายกลายเป็นดี จากหนักกลายเป็นเบา นอกจากนี้ ผู้ใดที่เกิดปีร่วมชงไท้ส่วย ,ปีทับไท้ส่วย,ปีเฮ้งไท้ส่วย,ปีไห่ไท้ส่วยและสุดท้ายคือปีผั่วไท้ส่วย ก็ล้วนอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องกราบไหว้องค์ไท้ส่วย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง หากดวงดีอยู่แล้วก็ให้ดวงดียิ่งขึ้น หากดวงตกก็ตกไม่ถึงศูนย์

          องค์ไท้ส่วยที่รับหน้าที่เฝ้าปีในปีพ.ศ. 2556 นี้ ปีมะโรง ตามปีใน 12 นักษัตร มีพระนามว่า ขุนพลฉื่อตัวไต่เจียงกุง(สีตันต้าเจียงจวิน) เทพคุ้มครองดวงชาตาประจำปีกุ่ยจี๋ หรือปี พ.ศ. 2496, 2556, 2616 ตามความเชื่อโบราณเชื่อว่า พระองค์สามารถบันดาลสุขหรือทุกข์ให้เกิดกับใครคนใดก็ได้ทั้งนั้น แต่เบื้องต้นคนที่ควรไปกราบไหว้บูชาหรือทำการแก้เคล็ดที่สุด เพราะถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตและเพื่อให้รอดพ้นจากอิทธิพลร้ายในช่วงปี 2556 คือ

1. ผู้ที่เกิดปีกุน

2. ผู้ที่เกิดปีมะเส็ง

3. ผู้ที่เกิดปีขาล

4. ผู้ี่เกิดปีวอก

ดูดวงเดือนกรกฎาคมตามราศี กับ Horoworld

ดูดวงปี 2555 ดูดวงตามราศี เดือนกรกฎาคม โดย อ.สุลต่าน


          มาแล้วจ้า สำหรับ คนที่กำลังรอคอย ดูดวงรายเดือน ดูดวงเดือนกรกฏาคม 2555 ทั้ง 12ราศี ทำนาย โดย อ.สุลต่าน นักพยากรณ์ หน้าคมของ Horoworld.com อยู่ หลังจากได้รับข้อมูล จาก อ.สุลต่าน ทีมงาน horoworld ก็รีบมาอัพเดทให้เลยค่ะ สำหรับในเดือน กรกฏาคม 2555 นี้ ดวงของใครจะดี หรือ ดวงของใครจะต้องระวังเรื่องไหนบ้าง รีบไปอ่าน คำแนะนำ

ดูดวงราศีเมษ(13เมย-13พค)

ตัวคุณ
 เป็นช่วงทีโดยทั่วไปแล้วชีวิตคุณดีขึ้น มีความมั่งมีศรีสุขดี ถ้าเป็นชายเรียกว่า นารีอุปถัมภ์ ทำงานกับผู้หญิงต้องโฉลก บางคนจะมีการขยายงาน แต่ต้องระวังเรื่องสุขภาพไว้บ้าง มีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ  บางทีช่วงนี้คุณแรงคุณอาจต้องลดทิฐิลงบ้างนี้ อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีพฤษภ(14พค-13มิย)

          ตัวคุณ  เป็นช่วงที่ต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มุ่งมั่นในเรื่องงาน จะมีการเดินทางเกิดไกลขึ้นในช่วงนี้  บางคนจะมีการติดต่อกับทางต่างประเทศ  และช่วงนี้คุณต้องระวังเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งกันกับเพื่อนฝูงหรือหุ้นส่วน  ยากแก่การประนีประนอม   ถ้าทำงานช่วงนี้คุณจะเหมาะกับงานที่หนักๆ ไม่เหมาะกับงานเบาๆสักเท่าไรนัก อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีเมถุน(14มิย-14กค)

 ตัวคุณ  เป็นช่วงที่ผิดหวังในคู่รักของตน  เพราะสิ่งที่เราตั้งใจหวังไว้ไม่ได้เป็นอย่างใจหวังเอาซะเลย คนรักดันมาตีจากไป  เกินจะทนไหว  จะมีการชิงดีชิงเด่นกันในเรื่องความรัก  ระวังมือที่สามคอยเป่าหู  ช่วงนี้จะมีเรื่องขัดแย้งกับคนรอบข้างบ่อยด้วย  คุณจะมีการเริ่มต้นเรื่องงาน หรือการศึกษาต่อ จะมีการเดินทางเกิดขึ้น อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีกรกฎ(15กค-16สค)

ตัวคุณ  โดยทั่วไปชาวราศีนี้ อารมณ์ไม่แน่นอนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  มีลางสังหรณ์ดี มีเพศตรงข้ามคอยอุปถัมภ์ช่วยเหลือ บางทีเป็นที่ปรึกษาที่ดีซะด้วย  เป็นคนเก่งเอามากๆ   ถ้าใครศึกษาต่อนับว่าเป็นโอกาสที่ดี จะมีโอกาสก้าวหน้ามาก  ถึงอย่างไรช่วงนี้ถือว่ามีคนคอยช่วยเหลือตลอด อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีสิงห์(17สค-16กย)

ตัวคุณ   เป็นช่วงที่คุณพักนี้หูเบาขี้ใจน้อย  แต่มักมีลางสังหรณ์ดี  บางคนช่วงนี้ชอบศึกษาเกี่ยวกับศาสตร์เร้นลับ  ระวังจะมีปัญหากับผู้ใหญ่  หรือบุคคลที่มีศักดิ์สูงกว่า  อาจแตกหักกันไปข้างหนึ่ง  ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณเหมาะกับการพักผ่อน เพราะปัญหาจะคลี่คลายไปด้วยระยะเวลาของมันเอง อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีกันย์(17กย-16ตค)

ตัวคุณ  ชาวราศีนี้เป็นช่วงเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  อารมณ์ซับซ้อนเข้าใจยาก  มักมีลางสังหรณ์ดีเป็นพิเศษ  และมีต่างเพศคอยช่วยเหลือตลอดเวลา  คุณกำลังมีโชคทางความรักบางทีอาจจะได้ของขวัญจากแฟนคุณหรือต่างเพศก็เป็นได้  เรื่องงานบางทีจะมีคนเข้ามาร่วมงานด้วยหรือได้หุ้นส่วน อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีตุลย์(17ตค-15พย)

ตัวคุณ  ช่วงเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงของชีวิต บางคนต้องโยกย้ายงาน  โยกย้ายที่อยู่  เดินทางบ่อย  ชีพจรลงรองเท้า  พักนี้หงุดหงิดง่าย บางทีคุณต้องติดต่อเรื่องงาน  คุณอยู่บ้านจะรู้สึกเบื่อเหมือนอยากจะออกไปข้างนอก  ถึงอย่างไรช่วงนี้เป็นช่วงที่ดี  โอกาสดีๆกำลังจะมาหาคุณ อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีพิจิก(16พย-15ธค)

ตัวคุณ  ช่วงนี้ชาวราศีพิจิกเป็นช่วงที่คุณกำลังอดทนรอคอยความสำเร็จ  จากสิ่งที่คุณได้เคยพยายามทำไว้ในอดีต  รับรองไม่สูญเปล่า  จะมีการศึกษาต่อคอร์สสั้น หรือจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องงานหรือเรื่องเรียนที่คุณกำลังรอคอย  และช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณอาจจะดูเหมือนว่าชีวิตที่คุณเดินมาช่างมืดหรือต้องเจอทางตัน  แต่คุณไม่ต้องกลัว  เพราะสิ่งดีๆกำลังจะตามมา อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีธนู(16ธค-15มค)

ตัวคุณ  ชาวราศีนี้ เป็นช่วงที่คุณอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย  หงุดหงิดง่าย  มีต่างเพศคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ตลอดเวลา  ช่วงนี้คุณอาจให้ความสำคัญเรื่องชีวิตหรือเรื่องงาน  จึงทำให้เรื่องความรักจืดจางไป  แต่โดยรวมแล้วในเดือนนี้ก็ถือว่าดีนะครับ  มีโอกาสที่จะเจอใช้ความสามารถตัวเองได้เต็มที่ อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีมังกร(16มค-12กพ)

ตัวคุณ  ชาวราศีนี้ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณดื้อรั้น  เดินทางบ่อยตลอดเวลา  ชีพจรลงรองเท้า เป็นช่วงการโยดย้ายของชีวิต  บางคนต้องโยกย้ายที่อยู่หรือโยกย้ายงาน  คนที่คุณเคยขัดแย้งกันจะกลับมาคืนดีกัน  สุขสภาพคุณต้องพักผ่อนให้มากๆ  เดี๋ยวจะล้มหมอนนอนเสื่อไป อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีกุมภ์(13กพ-13มีค)

 ตัวคุณ  ชาวราศีนี้ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณต้องระวังเรื่องสุขภาพไว้มากๆ  บางทีคุณต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุไว้ด้วย  ชาวราศีนี้บางคนจะพลัดพรากกับคนรักหรือคนใกล้ตัว  บางทีทะเลาะเบาะแว้งกัน แบบไม่ทราบสาเหตุ เพราะเรื่องอารมณ์เป็นที่ตั้ง  ในตอนนี้คุณยังไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวคุณเป็นอยู่เลย อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงราศีมีน(14มีค-12เมย)

ตัวคุณ โดยทั่วไปชาวราศีมีนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนแปลงของชีวิต  เช่น โยกย้ายที่อยู่  โยกย้ายที่ทำงาน  เดินทางบ่อยมากๆ  คุณจะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย  และผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิง  เป็นคนมีอำนาจในตัว   ชาวราศีนี้บางคนต้องเดินทางไปต่างประเทศด้วย อ่านต่อเพิ่มเติมอย่างละเอียด

ดูดวงฟรี  ดูดวงแม่นๆ ได้อีกเพียบที่นี่ http://www.horoworld.com
พูดคุย ดูดวงฟรีๆ ในเว็บบอร์ด กับหมอดูโฮโรเวิลด์ ที่นี่